“ทางรถไฟสายใหม่ ดอนสัก-เชื่อมทางรถไฟสายใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี”

เป็นโครงการของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งมีแนวคิดหลักในการเชื่อมรถไฟสายใต้ และเติมเต็มระบบคมนาคมในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งโครงการนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของจังหวัดที่มุ่งเน้นให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก และเป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจของเอเชียใต้ โดยโครงการนี้ มีระยะเวลาการดำเนินงานออกแบบและศึกษาจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทั้งสิ้น 8 เดือน (พฤษภาคม – ธันวาคม 2560)

โครงการนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบ ซึ่งจะสมบูรณ์แบบได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี ร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ผ่านกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน

ความเป็นมาของโครงการ

2555

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 และ วันที่ 22 ตุลาคม 2555 ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมรับไปพิจารณาศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายละเอียดแผนงาน ในโครงการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมขนส่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกเชื่อมสองฝั่งทะเล ในฝั่งอ่าวไทย ที่อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานีและฝั่งอันดามัน ที่จังหวัดภูเก็ต

2555

ในปี 2558 กระทรวงคมนาคมโดย สนข. ได้ดำเนินการศึกษา ออกแบบ ทางรถไฟสายใหม่เส้นทาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง จังหวัดพังงา เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งด้วยระบบราง ด้วยการขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟระหว่างฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย กับพื้นที่ฝั่งทะเลด้านอันดามัน

2555

กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้ประสานการดำเนินงานร่วมกับ สนข. ขอรับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศปีงบประมาณ 2560 เพื่อดำเนินการจัดทำโครงการศึกษาและออกแบบทางรถไฟสายใหม่ช่วงอำเภอดอนสัก เชื่อมรถไฟสายใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟระหว่างเส้นทางรถไฟสายใต้ในปัจจุบันไปยังพื้นที่อำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี กับรถไฟสายใหม่เส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึง จังหวัดพังงา (อยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบ)

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดและผลกระทบสิ่งแวดล้อมของเส้นทางรถไฟสายใหม่ในเส้นทางอำเภอดอนสักกับทางรถไฟสายใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับทางรถไฟสายใต้ในปัจจุบันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  2. เพื่อจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณต้นทางและปลายทาง รวมทั้งระหว่างเส้นทางที่มีศักยภาพ รองรับการพัฒนาพื้นที่ศูนย์กลางคมนาคมขนส่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างบริเวณอำเภอดอกสัก กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขอบเขตงาน

  • งานสำรวจ รวบรวมข้อมูลผลการศึกษาและการดำเนินงานของโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้อง

  • งานศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจและการเงิน

  • งานออกแบบรายละเอียด (Detailed Design) และการจัดทำเอกสารประกวดราคา

  • งานจัดทำรูปแบบ แนวทาง และแผนการพัฒนาพื้นที่บริเวณพื้นที่ต้นทาง (บริเวณเชื่อมต่อกับทางรถไฟสายใต้) และพื้นที่ปลายทาง (บริเวณอำเภอดอนสัก)

  • งานจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ขั้นตอนการดำเนินงาน

แผนการดำเนินการมีส่วนร่วมของประชาชน

แผนการดำเนินการมีส่วนร่วมของประชาชน

ระยะเวลาดำเนินการ 8 เดือน

ระหว่างเดือน พฤษภาคม - ธันวาคม 2560

ภาพรวมการพัฒนาโครงข่ายระบบรางในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ภูเก็ต

ภาพรวมการพัฒนาโครงข่ายระบบรางในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ภูเก็ต

แนวเส้นทางโครงการ

แนวเส้นทางโครงการ

แนวเส้นทางช่วงที่ 1 :

ช่วง กม.0+000 (จุดเริ่มต้นโครงการสถานีสุราษฎร์ธานี)-กม.15+000 ระยะทาง 15 กิโลเมตร

แนวเส้นทางในช่วงแรกนี้จะใช้แนวเส้นทางตามแนวรถไฟสายใต้ปัจจุบัน จากสถานีสุราษฎร์ธานี ใน ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน มุ่งลงไปทางทิศใต้ เข้าสู่สถานีรถไฟเขาหัวควาย ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน และผ่านที่หยุดรถไฟบ่อกรัง ที่ ต.ท่าสะท้อน อ.พุนพิน

แนวเส้นทางที่ 1

แนวเส้นทางช่วงที่ 2 :

ช่วง กม.15+000 - กม.48+400 (ทางหลวงหมายเลข 401) ระยะทาง 33.4 กิโลเมตร

แนวเส้นทางจะวางตัวอยู่ในพื้นที่เกาะกลางเขตทางหลวงหมายเลข 44 ซึ่งมีเขตทางทั้งหมด 200 เมตร ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 401 (ถนนสายแยกโคกเคียน - นครศรีธรรมราช) รวมระยะทางทั้งสิ้น 33.4 กม.

แนวเส้นทางที่ 2

แนวเส้นทางช่วงที่ 3 :

ช่วง กม.48+400 - กม.76+964 (จุดสิ้นสุดโครงการ) ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร

แนวเส้นทางรถไฟในช่วงสุดท้ายจะเริ่มตั้งแต่ทางหลวงหมายเลข 401 (ถนนสายแยกโคกเคียน - นครศรีธรรมราช) ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดถนนทางหลวงหมายเลข 44 ที่ ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ มุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่ อ.ดอนสัก อันเป็นตำแหน่งจุดสิ้นสุดโครงการ รวมระยะทางในช่วงนี้ 28.6 กิโลเมตร โดยแนวเส้นทางรถไฟในช่วงนี้จะต้องทำการเวนคืนเพื่อการก่อสร้างตลอดแนว

แนวเส้นทางที่ 2 11

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. การท่องเที่ยวในภาคใต้ เชื่อมโยงเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในฝั่งอ่าวไทย ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  2. เพิ่มประสิทธิภาพให้เกิดการขนส่งต้นทุนต่ำ ส่งผลต่อการลดต้นทุนโลจิสติกส์ และสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางน้ำที่ท่าเรือดอนสัก
  3. ลดมลพิษที่เกิดจากการคมนาคมขนส่ง ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และลดปัญหามลพิษ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับธรรมชาติ